New Media & Interactive People

New Media & Interactive People

From ThaiiS Note (Wiki)

Jump to: navigation, search

New Media & Interactive People

Hip Magazine เรื่อง: เสาวตรี ภาพ: เกริกวิชช์ คอลัมน์ : HIP People ฉบับ : May 2008 Vol.4 Hip Magazine


wanachai wongtala  วรรณชัย วงษ์ตะลา (ตัมรัย)
wanachai wongtala วรรณชัย วงษ์ตะลา (ตัมรัย)
วรรณชัย วงษ์ตะลา

ณ หอนิทรรศการศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของ บริษัท Thai Interactive Studio หรือ thaiis (ไทยอิส) บริษัทที่มีความเชี่ยวชาด้านการออกแบบเว็บไซต์และสื่อใหม่ประเภท Interactive หรือสื่อที่สามารถโต้ตอบกันได้ทั้งสองทางระหว่างผู้นำเสนอและรับข้อมูล และวันนี้ HIP ได้มีโอกาสมานั่งพูดคุยและสนทนาที่ร้านกาแฟในหอศิลปฯ มช. กับคุณตัมรัย หรือ วรรณชัย วงษ์ตะลา ผู้บริหารบริษัท THAIIS ซึ่งเขาเป็นอีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ที่มีไฟพร้อมจะเป็นแนวร่วมสรรค์สร้างสังคมนี้ ให้น่าอยู่ด้วยทรัพยากรที่เขามี

นั่นก็คือ...ทรัพยากรจากการคิดอย่างสร้างสรรค์ ์

คุณ ตัมรัย จบการศึกษาจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนอกจากการดูแลโครงการต่างๆ ในบริษัทฯ เขายังทำหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษปริาโทที่สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ (Media Arts and Design) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในกระบวนวิชา Web Design และ Visual Design ทั้งยังเป็นอาจารย์คณะวิจิตรศิลป์ มช. กระบวนวิชาการออกแบบ โดยผลงานที่ผ่านมาของ Thaiis นั้นมีทั้งการออกแบบสื่อ Interactive ในจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพ นอกจากนี้เขายังมีผลงานระดับที่ต่างชาติให้การยอมรับอีกหลากหลาย วันนี้เราจึงพูดคุยกับเขาถึงความน่าสนใจของ Interactive Media และหลากหลายแนวคิดเพื่อสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น

“การ สื่อสารกันเมื่อสิบกว่าปีก่อนต่างจากวันนี้มาก มีทีวีก็ดูไป มีวิทยุก็ฟังกันอย่างเดียว สมัยนี้ก็ปรับเปลี่ยนจน Interactive มากขึ้น อย่างรายการทางวิทยุผู้ฟังก็สามารถโทรเข้าไปร่วมในรายการได้ ขอเพลงผ่านเว็บไซต์ แชทกับดีเจ อย่างทีวีวันนี้ก็เหมือนกัน เราสามารถส่งเอสเอ็มเอส (SMS) แล้วไปขึ้นบนหน้าจอได้เลย นี่ก็คือผลดีของเทคโนโลยีสมัยนี้ที่เปิดโอกาสให้ผู้นำเสนอข้อมูลและรับ ข้อมูลเหมือนได้นั่งโต๊ะ คุยกัน และอยู่ในราคาที่พอจ่ายกันได้ ส่วนด้านสื่อทางด้านอินเตอร์เน็ต เช่น เกมส์ออนไลน์ที่ทั้งเด็กและไม่เด็กติดกันงอมแงม ก็เป็นผลจากการพัฒนาจนถึงจุดที่ผู้เล่นเกมส์เหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกใหม่ ที่โต้ตอบกับโปรแกรมที่ถูกสร้างไว้อย่างฉลาด และยังได้พบปะกับผู้คนมากมายที่ชอบในสิ่งที่คล้ายกัน หรือบางเว็บไซต์ที่เราเข้าไป อย่างเช่น เว็บไซต์รถยนต์ เราสามารถเปลี่ยนสีรถเองได้ เลือกสติ๊กเกอร์มาตกแต่ง หรือทดลองเปลี่ยนล้อแม็กซ์ได้หลากหลาย แล้วค่อยตัดสินใจซื้อ ก็ล้วนจัดเป็นสื่อแบบ Interactive“

“ผู้ ส่งออกในบ้านเราหลายบริษัทก็เปลี่ยนจากการทำสำเร็จรูปแล้วขาย มาเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถเลือกแบบ เลือกลายเองได้ อย่างเช่น เราทำแบบเซรามิคขึ้นมาหลายๆ แบบ และมีลวดลายให้ลูกค้าเลือกที่จะแปะลายเข้าไปได้ ปรับย่อขยายจนพอใจแล้วค่อยผลิตจริง ต้นทุนต้นแบบก็ลดลง ความพอใจลูกค้าก็มากขึ้น หรือจะตั้งราคาสินค้าให้แสดงกับลูกค้าแต่ละกลุ่มแตกต่างตามความเหมาะสมก็ได้ ที่นี้ก็เรียกว่าสามารถโต้ตอบกันได้ด้วยเทคโนโลยี

“ส่วน ธุรกิจที่พักและโรงแรมเดี๋ยวนี้ในเชียงใหม่หลายรายที่เราสามารถดูได้ว่าห้อง ไหนว่าง ไม่ว่าง จองกันได้ข้ามปี ตัดเงินจากบัตรเครดิตอัตโนมัติ โอนเข้าบัชีธนาคารของโรงแรมทันที ขั้นตอนเดี๋ยวนี้มัน interactive มาก ทางผู้ประกอบการเองก็ตรวจสอบธุรกรรมที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ที่มีอินเตอร์เน็ต เพราะเดี๋ยวนี้โลกสามารถเชื่อมกันหมดแล้ว แต่จะว่าไปที่จริงแล้วมันเชื่อมกันจริงจังก็เฉพาะในโซนยุโรป หรือแนวคิดที่ว่ายุคข้อมูลข่าวสารทำให้ “โลกแบน” จนเราสามารถย่อโลกมาอยู่ในแผ่นสี่เหลี่ยมตรงหน้าเราโดยผ่านอินเตอร์เน็ตได้ ทางอเมริกาทำอะไรที่ไหน แบรนด์ไหนเปิดตัวสินค้าเรารู้หมด แต่ทางประเทศไทยหรือเชียงใหม่บางแบรนด์ เปิดมาอยากจะค้าขายกับคนอีกซีกโลก มีเว็บไซต์ สินค้าคุณภาพดี ราคาก็สู้ตลาดได้ จนกระทั่งจะปิดตัวลง กลุ่มเป้าหมายที่หวังไว้ก็ยังหาเราไม่เจอ นั่นก็เพราะเรายังไม่ได้เชื่อมต่อเข้ากับโลกอย่างถูกต้องเหมาะสม หรืออาจจะเรียกได้ว่า บ้านเมืองเรายังไม่ค่อยแบน…”

ขณะ นี้คุณตัมรัยได้จัดทำโครงการตัวใหม่ที่มีขึ้นสำหรับผู้ประกอบการทุกประเภท ทุกระดับ ในชื่อว่า TRUSTED INFORMATION GATEWAY โดยให้ผู้ประกอบการทั้งในเชียงใหม่และในทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศที่มีแบ รนด์ของตัวเอง ทั้งที่มีเว็บไซต์อยู่แล้วและยังไม่มี สามารถนำข้อมูลของสินค้าหรือบริการของ แบรนด์ตัวเองเข้าไปอยู่ในเว็บไซต์ chiangmai.in และ thaiis.in เพื่อเพิ่ม ช่องทางการเชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์คของโลกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

“โครง สร้างของระบบนี้เราได้จัดทำไว้เพื่อต้อนรับ Search Engine เช่น Google, yahoo, msn ให้สะดวกในการเก็บข้อมูลไปบันทึกไว้เพื่อการค้นหาข้อมูลของผู้ใช้อินเตอร์ เน็ตทั่วโลก เพียงแค่ผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยใช้ข้อมูลที่แสดงความมีตัวตนของแบรนด์ ก็จะได้รับรหัสในการเข้าไปบริหารข้อมูลของตัวเองได้ทันที หลังจากตรวจสอบความถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทั่วไป ตัวอย่างสินค้าและบริการ ข้อมูลภาพ แผนที่หรือวิดีโอ และหากเชื่อว่ากลุ่มเป้าหมายที่กำลังหาเราอาจไม่ได้ค้นด้วยภาษาอังกฤษ ก็สามารถเพิ่มข้อมูลในภาษาอื่นๆ ที่ต้องการได้ไม่จำกัดภาษา หรือ สร้าง Links กลับไปยังเว็บไซต์ที่มีอยู่ โดยเราจัดเตรียม Format ที่ถูกต้องตามมาตรฐานไว้ให้แล้ว”

“โครงการ TRUSTED INFORMATION GATEWAY ซึ่งกำลังจะออนไลน์ในเร็วๆ นี้ ยินดีที่จะให้ผู้ประกอบการจากทุกๆ แขนงเข้าร่วมโครงการ เพราะหากข้อมูลผู้ประกอบการมีจำนวนมาก และล้วนเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ มีการอัพเดทข้อมูลสินค้าและบริการที่ถูกต้องอยู่ตลอดจะทำให้ Search Engine เข้ามาเก็บข้อมูลถี่ขึ้น เก็บไปในปริมาณที่มากขึ้น และมีโอกาสติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาข้อมูล กลุ่มเป้าหมายของเราก็จะเจอเราง่ายขึ้น ภาพรวมของการใช้สินค้าและบริการจากต่างชาติทางอินเตอร์เน็ตก็จะมีมากขึ้นตาม ลำดับ และการที่ผู้ประกอบการช่วยกันเพิ่มข้อมูลก็จะเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของ ธุรกิจทั้งหมดด้วย”

นอก จากความหวังที่ต้องการนำข้อมูลสินค้าและบริการเข้าเชื่อมต่อกับ เน็ตเวิร์คของโลกอย่างเป็นระบบเพื่อเป็นตัวเสริมศักยภาพในการแข่งขันของ ผู้ประกอบการแล้ว ยังมีอีกโครงการพิเศษที่จะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งเกิดจากแนวคิดที่ต้องการรักษา สมดุลย์ ระหว่างการผลิตสินค้า การใช้ทรัพยากรที่มีจำกัด และการแบ่งปันแก่สังคม เป็นโครงการออนไลน์ที่มีชื่อว่า 1i1d.com (one idea, one dollar) ในลักษณะ E - Commerce Community โดยคุณตัมรัยได้กล่าวถึงที่มาของโครงการว่า

“ช่วง หลายปีที่ผ่านมา เราเจอแต่ข่าวร้ายกันมากนะ ทั้งปัหาทางการเมือง ราคาน้ำมัน ข่าวภาคใต้ สถาบันครอบครัวที่ล้มเหลวมากขึ้น ปัหายาเสพติดกับเยาวชน เอดส์กลับมาระบาด เราเห็นคนที่นึกถึงแต่ตัวเองมากทั้งในระดับชาติ หรือแม้แต่เรื่องเล็กแค่การขับรถบนถนนยังมีการเอาเปรียบกัน และการนึกถึงแต่ ตัวเองนี่แหละหากมีมากขึ้นก็จะส่งผ่านไปคนอื่นๆ ส่งไปยังเยาวชนที่พร้อมจะเลียนแบบ แต่ถ้าเราลองมองในด้านบวกก็มีคนหลากหลายอาชีพทั่วโลกที่ร่วมช่วยกันสร้าง สรรค์สังคมก็มีมากขึ้น สินค้าที่เริ่มใส่ใจกับผู้บริโภคมากขึ้น การใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม อย่างโครงการเอิร์ธเดย์ (Earth day) หรือร่วมกันปิดไฟ หรือความมีน้ำใจเล็กๆ น้อยในแต่ละวัน เราคิดและทำแบบไหนเราก็จะได้สังคมแบบนั้นๆ ให้เราอยู่

“อยาก ให้เชื่อกันว่ามันจะต้องหมดยุคมือใครยาวสาวได้สาวเอาได้แล้ว แต่เราอยากเห็นมือสั้นๆ ที่ผสานกันง่ายขึ้นมากกว่า พอเราเข้าใกล้กันมากขึ้น คุยกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น ปัหาก็ไม่เกิด ไอเดียดีๆ ใหม่ๆในการอยู่ร่วมกันก็จะเกิด อย่างเช่น ภาวะโลกร้อนมันเห็นได้ชัดเจน คือต่างคนต่างใช้ พอคิดว่าตัวเองใช้ มันไม่น่าจะกระทบกับสิ่งแวดล้อม พอทุกคนคิดอย่างนั้น ทรัพยากรก็ถูกใช้ออกมาเต็มไปหมดเลย แต่ถ้าทุกคนคิดว่าต้องลดการใช้อย่างสิ้นเปลืองลง มันก็จะดีต่อภาพโดยรวม ถ้าเราคิดเหมือนๆ กันว่าตัวเองจะช่วยสังคมก็จะดีขึ้น”

โครงการ 1i1d.com พิเศษตรงที่พวกเขาจะเปลี่ยนจากสินค้าที่ต้องอาศัยทรัพยากรธรรมชาติในการ สร้างขึ้นมาเป็นสินค้าที่ใช้พลังงานความคิดสร้างสรรค์แทน จึงได้เกิดเป็นรูปร่างความคิดขึ้นมา โดยทุกคนสามารถนำสินค้ามาขายได้ฟรี ตั้งราคาสินค้าที่ทุกคนส่วนให่ในโลกที่ใช้อินเตอร์เน็ตและมีบัตรเครดิต สามารถซื้อได้ในราคาเพียง 1 เหรีย เพราะอยากให้คนเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ และหลังจากซื้อของแล้ว ผู้ซื้อเป็นผู้เลือกว่า 1 เหรียที่จ่ายไปจะแบ่งให้องค์กรการกุศลอะไรบ้าง

“ก็ ถือว่าเป็น E-commerce ยุคใหม่ สินค้าที่นำมาลง อย่างเช่น Software, งานออกแบบ, ภาพ illustration, Model สามมิติ หรือภาพถ่าย เดี๋ยวนี้เรามีกล้องดิจิตอล พอถ่ายภาพอะไรก็ตามที่มีมุมมองที่สร้างสรรค์ หรือเป็นภาพที่หายากก็เอามาขายได้ หรือเพลงที่เราทดลองแต่ง ที่มีความแปลกใหม่ หรือ re-arrange ใหม่ก็นำมาขายได้ คนซื้อก็ download เอา อย่างเพลงของกลุ่ม demo-showcase ที่ ดีเจโต้งเป็นตัวตั้งตัวตีก็เหมาะเลย บทความดีๆ หรือเกมส์เล็กๆ ที่เราคิดขึ้นมา อย่างเช่น เตอร์ติสนี่เป็นเกมส์ที่ใช้หลักการไม่ยากเลย แต่สามารถขายได้ทั่วโลก ก็สามารถเอาไปขายได้และโลกยุคปัจจุบันก็ให้ความสำคักับลิขสิทธิ์มากขึ้นอยู่ แล้ว อย่างการขายของเรา เราก็กำหนดราคาไว้เลยว่าราคาแค่เหรียเดียวทุกสินค้า เพราะมันลดต้นทุนหลายอย่างลงไป ไม่ต้องไปตัดไม้มาทำเป็นสินค้า ไม่ต้อง shipping ให้ download เอา ไม่ต้องใช้โรงงานผลิตด้วย แต่กลายเป็นการใช้พลังสมองอย่างเดียวเพื่อทำต้นแบบ และการขายราคานี้ ทำให้คนมีพลังในการซื้อได้ อีกอย่างคนซื้อก็มีโอกาสได้เลือกช่วยเหลือองค์กรการกุศลที่ตัวเองต้องการได้ องค์กรการกุศลก็เช่น ช่วยด้านสภาพแวดล้อม ช่วยเหลือผู้ติดเอดส์ เด็กขาดอาหาร สร้างวัด สร้างโรงเรียน ซึ่งทุกคนที่อยู่ใน community ช่วยกันอัพเดทได้”

“ตัวอย่าง ที่เราเห็นกันอยู่แล้วในปัจจุบัน ในการใช้พลังสร้างสรรค์มาทำสินค้าในอเมริกาก็เช่น พี่บิล เกตส์ จาก Microsoft ก็ครองแชมป์รวยที่สุดในโลกหลายปีติดต่อกัน โดยไม่ได้ไปขุดเจาะพลังงานมาขาย และ google ก็คล้ายกัน ทำสินค้าที่ดีได้ โดยไม่ได้เบียดเบียนทรัพยากรธรรมชาติ หรือผู้แต่งแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ก็ขายงานเขียนได้ทั่วโลกจนเป็นผู้หิงที่รวยอันดับต้นๆ ของโลก ก็เกิดจากการใช้ทรัพยากรภายในตัวเอง

“คน อยู่ในประเทศเรามีไอเดียอีกเยอะนะที่สามารถขายได้ อยากเห็นคนรุ่นใหม่หันมาคิดสินค้าที่เป็นทรัพย์สินทางปัามากขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าสิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นมาจะไม่มีคนชอบ ภาพถ่ายหนึ่งมุมมองเพื่อห้าคนอาจชอบหนึ่งคน แต่หากคนดูห้าร้อยล้านคน คนชอบก็อาจจะชอบหนึ่งร้อยล้านคนก็เป็นได้ และอย่างที่เราได้เห็นแล้วว่าสิ่งประดิษฐ์ทั้งหลายที่สร้างประโยชน์ให้แก่ โลกในปัจจุบันนั้นล้วนเริ่มจากความฝันและจินตนาการที่มีพื้นฐานจากความน่าจะเป็นทั้งสิ้น”
  • หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โครงการ Trusted Information Gateway สามารถสอบถามได้ที่ 0-5340-0298 หรือ info@thaiis.org